top-head-banner

MEMBER LOGIN
User name ::

Password ::
SIGN IN
 

 
 
 
 
 
 
 
 

 
   
ฉบับที่ 20 กรกฎาคม 2553-กันยายน 2553
ภาวะโลกร้อน ประกันภัยช่วยอะไรได้บ้าง?

 
ซีดี-รอม ต้นทุนความเสียหายอ้างอิงการประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจ ปี 2553-2556
ต้นทุนความเสียหายอ้างอิงการประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจ ปี 2553-2556 ฉบับสมบูรณ์
ต้นทุนความเสียหายอ้างอิงการประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจ ปี 2553-2556 ฉบับเจ้าหน้าที่พิจารณารับประกันภัย
การคำนวณเงินสำรองค่าสินไหมทดแทน
ต้นทุนความเสียหายอ้างอิงของการประกันความเสี่ยงภัยทรัพย์สิน ปี 2551 (ฉบับ Underwriter)

 
HyperLink
ฉบับที่ 17 กรกฎาคม-กันยายน 2553

 
 
4 พันบริษัทบัญชีทั่วปท.วุ่น พณ.บี้ต้องมีทุนประกัน 3% ดีเดย์ 26 ก.ค.

สำนักงานบัญชีมึนถ้วนหน้า กระทรวงพาณิชย์ออกกฎกระทรวงไล่บี้บังคับต้องมีเงินหลักประกัน อ้างเพื่อความมั่นคงธุรกิจ ขีดเส้นตาย 26 ก.ค.นี้บังคับใช้ ระบุฝ่าฝืนปรับทันทีไม่เกิน 3 แสนบาท ไม่แก้ปรับเพิ่มอีกวันละหมื่นบาท ฟันธงกระเทือน 4 พันบริษัทเล็กวิ่งโร่หาหลักประกัน

นายสิทธิพล สิทธิสาตร์ ประธานสหกรณ์บริการพัฒนานักบัญชีไทย เปิดเผย "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า กระทรวงพาณิชย์ได้ออกกฎกระทรวงกำหนดให้ผู้ประกอบการวิชาชีพบัญชีที่เป็นนิติบุคคลทุกราย (ทั้งด้านการทำบัญชีและตรวจสอบบัญชี) จะต้องมีหลักประกันความรับผิดต่อบุคคลที่สาม เป็นจำนวนไม่น้อยกว่า 3% ของเงินทุนจดทะเบียน หรือรายได้ในรอบปีบัญชีที่ผ่านมา แล้วแต่จำนวนใดจะมากกว่ากัน เพื่อเป็นหลักประกันความรับผิดต่อบุคคลที่สาม ซึ่งกฎกระทรวงดังกล่าวจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 26 ก.ค.นี้

ทั้งนี้ ตามพระราชบัญญัติวิชาชีพบัญชี พ.ศ. 2547 มาตรา 66 นิติบุคลใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามจะต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 300,000 บาท และปรับอีกไม่เกินวันละ 10,000 บาท จนกว่าจะปฏิบัติให้ถูกต้อง

"การเร่งออกกฎกระทรวงและมีผลบังคับใช้อย่างกะทันหันดังกล่าวทำให้บริษัทบัญชีจำนวนมากไม่ทราบเรื่องนี้และไม่ได้เตรียมความพร้อมหลักประกันไว้ก่อน โดยเฉพาะสำนักงานบัญชีขนาดเล็กที่มีทุนจดทะเบียนหรือรายได้ประมาณไม่เกิน 5 ล้านบาท ซึ่งมีกว่า 4,000 แห่งทั่วประเทศ จะได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง เพราะส่วนใหญ่ไม่มีเงินทุนสำรองมากนัก หากต้องถูกปรับมากถึงตามเกณฑ์ดังกล่าว บางบริษัทอาจต้องปิดสำนักงานก็ได้"

วอนเลื่อนบังคับใช้ต้นปี '54

นายสิทธิพลกล่าวอีกว่า กฎกระทรวงที่ออกและมีผลบังคับใช้ 26 ก.ค.นี้กะทันหันเกินไป ควรเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการได้มีโอกาสเตรียมตัวมากกว่านี้ เห็นว่าควรเลื่อนการบังคับใช้ไปถึงช่วงต้นปี 2554 ซึ่งจะต้องให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ออกกฎกระทรวงมาแก้ไขเงื่อนเวลาของกฎกระทรวงฉบับก่อนหน้า

นอกจากนี้ ทางสหกรณ์บริการพัฒนานักบัญชีไทย ได้พยายามหาทางช่วยเหลือผู้ประกอบการวิชาชีพบัญชี โดยได้ขอซื้อกรมธรรม์ประกันภัยความรับผิดทางวิชาชีพ สำหรับผู้ประกอบการวิชาชีพบัญชีจาก บมจ.เมืองไทยประกันภัย ซึ่งจะต้องออกเป็นกรมธรรม์พิเศษให้ครอบคลุมสมาชิกในสหกรณ์ไปด้วย ซึ่งขณะนี้ได้พยายามติดต่อสำนักงานบัญชีต่างๆ ราว 400-500 แห่ง ให้เข้าร่วมเป็นสมาชิกสหกรณ์เพื่อเป็นหนึ่งในทางแก้ไขปัญหานี้ในเบื้องต้น

ทั้งนี้ กระทรวงพาณิชย์ได้ออกกฎกระทรวงเรื่องการกำหนดหลักประกันความรับผิดต่อบุคคลที่สามของผู้ประกอบการวิชาชีพบัญชี โดยประกาศใช้ในราชกิจจานุเบกษาวันที่ 27 พ.ค. 2553 มีผลบังคับใช้ภายใน 60 วัน นับจากวันประกาศ ขณะที่สภาวิชาชีพบัญชีได้ออกประกาศชี้แจงหลักปฏิบัติกรณีดังกล่าวในวันที่ 7 ก.ค. และนัดชี้แจงต่อสมาชิกเมื่อวันที่ 16 ก.ค.ที่ผ่านมา ก่อนจะเริ่มบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 26 ก.ค.นี้เป็นต้นไป

เร่งออกแพ็กเกจประกันภัยรองรับ

ด้านแหล่งข่าวจากบริษัทประกันวินาศภัยรายใหญ่แห่งหนึ่งกล่าวว่า บริษัทกำลังออกแบบกรมธรรม์ประกันภัยความรับผิดทางวิชาชีพ สำหรับผู้ประกอบการวิชาชีพบัญชี ซึ่งเป็นแพ็กเกจความคุ้มครองความเสียหายที่เกิดจากการทำบัญชีหรือสอบบัญชีผิดพลาดโดยไม่เจตนา โดยรวมความรับผิดชอบทั้งค่าต่อสู้คดีและการชดใช้ค่าเสียหายตามทุนประกันที่ได้เลือกซื้อเอาไว้ โดยเริ่มต้นทุนประกันที่ 500,000 บาท เบี้ยประกันเริ่มต้นประมาณ 3,000 บาท

"ขณะนี้รูปแบบกรมธรรม์ออกแบบเสร็จแล้ว พร้อมจะยื่นขออนุมัติจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ซึ่งน่าจะต้องใช้เวลาอีก 1-2 เดือนกว่าจะได้รับอนุมัติและเริ่มทำตลาดได้ ซึ่งจะเป็นทางเลือกสำหรับผู้ประกอบวิชาชีพบัญชีที่ไม่ต้องการใช้หลักทรัพย์มาค้ำประกันจำนวนมาก เพราะหลักเกณฑ์อัตรา 3% ของทุน หรือรายได้ในปีที่ผ่านมา ถือเป็นเพียงเกณฑ์ขั้นต่ำเท่านั้น แต่เจ้าทุกข์อาจฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายมากกว่านั้นก็ได้" แหล่งข่าวกล่าว

บ.บัญชีร้อง "เวลาน้อย-ไม่มีสภาพคล่อง"

แหล่งข่าวจากบริษัทรับทำบัญชีขนาดเล็กกล่าวว่า ได้รับทราบเรื่องแล้วที่กระทรวงพาณิชย์ออกกฎกระทรวงกำหนดหลักประกันความรับผิดต่อบุคคลที่สามของผู้ประกอบวิชาชีพบัญชี พ.ศ. 2553 โดยให้วางหลักประกันไม่น้อยกว่า 3% ของทุน หรือรายได้รอบปีบัญชีที่ผ่านมา แล้วแต่จำนวนใดจะมากกว่ากัน เนื่องจากสภาวิชาชีพบัญชีได้จัดสัมมนาอบรมเรื่องดังกล่าวเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา เพื่อชี้แจงทำความเข้าใจ ก่อนที่จะมีผลบังคับใช้วันที่ 26 ก.ค.นี้

"ในงานสัมมนาดังกล่าวมีบริษัทบัญชีมาร่วมฟังการสัมมนาจำนวนมาก ทั้งขนาดใหญ่ กลาง และขนาดเล็ก เนื่องจากกฎกระทรวงนี้ทุกบริษัทจะได้รับผลกระทบเหมือนกันในการต้องวางเงินหลักประกันซึ่งถือว่าเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะบริษัทขนาดเล็กที่มีสภาพคล่องหมุนเวียนน้อย โดยหากทุน 1 ล้านบาท ต้องวางประกันถึง 3 หมื่นบาท หากทุน 5 ล้านบาท ก็ต้องวางประกันถึง 1.5 แสนบาท ซึ่งถือเป็นจำนวนที่ไม่ใช่น้อย ทำให้การประชุมในวันนั้นมีบริษัทบัญชีหลายรายลุกขึ้นสอบถามและแสดงความไม่เห็นด้วยจำนวนมาก และไม่เข้าใจกรมพัฒนาธุรกิจการค้าและกระทรวงพาณิชย์ทำอะไรกันอยู่"

แหล่งข่าวกล่าวว่า แม้ว่าจะทราบเรื่องจากการสัมมนาเมื่อสัปดาห์ก่อน แต่ไม่สามารถทำตามกฎเกณฑ์ดังกล่าวได้ทัน เนื่องจากเวลากระชั้นชิดมาก และการที่จะนำเงินมาฝากธนาคารพาณิชย์หรือนำพันธบัตรวางเป็นหลักประกันก็ไม่สามารถทำได้ภายในเวลารวดเร็ว เพราะจะต้องเรียกประชุมผู้ถือหุ้นเพื่อขอมติและจัดทำหนังสือรับรองการประชุม เพื่อนำไปเปิดบัญชีเงินฝากประจำ 1 ปี ตามเกณฑ์ที่กำหนด ขณะที่พันธบัตรหรือบัตรเงินฝากก็ไม่สามารถหาซื้อได้ภายในวันนี้พรุ่งนี้ รวมถึงกรมธรรม์ประกันภัยความรับผิดทางวิชาชีพบัญชีในปัจจุบันก็ยังไม่มีบริษัทประกันภัยใดออกขายเลย

อย่างไรก็ตาม หากเปรียบเทียบกับการต้องวางหลักประกัน คิดว่าบริษัทบัญชีหลายแห่งคงเลือกที่จะฝากประจำ 1 ปีมากกว่า เพราะยังได้ดอกเบี้ยและเงินต้นยังอยู่ แต่หากต้องไปซื้อกรมธรรม์ความรับผิดก็จะต้องเสียค่าเบี้ยประกันไปฟรีๆ และค่าเบี้ยประกันไม่ใช่น้อย

"แต่ปัญหาตอนนี้คือ บริษัทขนาดเล็กที่มีทุนไม่เกิน 5 ล้านบาท ซึ่งมีอยู่กว่า 4 พันบริษัท ไม่มีเงินมากพอที่จะนำไปวางเป็นหลักประกัน เพราะเงินที่มีอยู่ในบริษัทก็ต้องใช้หมุนเวียนธุรกิจ ฉะนั้นกฎกระทรวงที่ออกมาดังกล่าวสร้างผลกระทบอย่างมากให้กับบริษัทบัญชี ขณะที่ระยะเวลาบังคับใช้ก็กระชั้นชิดเกินไป ไม่มีเวลาให้บริษัทบัญชีตั้งตัว" แหล่งข่าวกล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้สอบถามในประเด็นดังกล่าวไปยังอธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์แล้ว แต่ไม่ได้รับการชี้แจงใดๆ ก่อนที่จะออกจดหมายข่าวชี้แจงส่งไปยังสำนักพิมพ์ต่างๆ ด้านสภาวิชาชีพบัญชีชี้แจงว่า จนถึงขณะนี้มีสมาชิกแจ้งรายละเอียดหลักประกันแล้วประมาณ 300 ราย จากสมาชิกทั้งสิ้น 1,200 ราย โดยส่วนใหญ่เป็นเงินฝากประจำ และยังสามารถแจ้งเพิ่มเติมในวันที่ 27 กรกฎาคมได้อีก 1 วันตามเกณฑ์กฎหมาย ซึ่งทางสภาจะยังได้สั่งปรับในทันที แต่จะผ่อนปรนเกณฑ์ดังกล่าวไปอีกระยะหนึ่ง

www.prachachat.net
ที่มาของข่าว :: นสพ.ประชาชาติธุรกิจ ปีที่ 34 ฉบับที่ 4230 วันที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2553
จำนวนครั้งที่เปิดอ่าน :: 135 ครั้ง
ส่ง Link ให้เพื่อน
E-mail ::   Send Mail
 
  HOME| ABOUT IPRB | INFORMATION SERVICES| NEWS | ARTICLES| IPRB PUBLICATIONS | ACTUARIES' CORNER | LINKS | CONTACT US
Copyright 2007 สำนักงานอัตราเบี้ยประกันวินาศภัย - The Insurance Premium Rating Bureau - All Rights Reserved