top-head-banner

MEMBER LOGIN
User name ::

Password ::
SIGN IN
 

 
 
 
 
 
 
 
 

 
   
ฉบับที่ 20 กรกฎาคม 2553-กันยายน 2553
ภาวะโลกร้อน ประกันภัยช่วยอะไรได้บ้าง?

 
ซีดี-รอม ต้นทุนความเสียหายอ้างอิงการประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจ ปี 2553-2556
ต้นทุนความเสียหายอ้างอิงการประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจ ปี 2553-2556 ฉบับสมบูรณ์
ต้นทุนความเสียหายอ้างอิงการประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจ ปี 2553-2556 ฉบับเจ้าหน้าที่พิจารณารับประกันภัย
การคำนวณเงินสำรองค่าสินไหมทดแทน
ต้นทุนความเสียหายอ้างอิงของการประกันความเสี่ยงภัยทรัพย์สิน ปี 2551 (ฉบับ Underwriter)

 
HyperLink
ฉบับที่ 17 กรกฎาคม-กันยายน 2553

 
 
‘มิติใหม่’ ประกันค่ารักษาเท่าทุนชีวิต

กรุงเทพฯ เปิดซิงเจ้าแรกของเมืองไทย

บูธยอดขายเทเลมาร์เก็ตติ้งโต 50% ทะลุ 1,450 ล้าน

ประกันวินาศภัยเมืองไทยเพื่อ “รุก” ช่องทางขายผ่านโทรศัพท์ (เทเลมาร์เก็ตติ้ง) โดยมีเป้าหมายเพิ่มยอดขายในช่วงครึ่งปีหลังน่าจับตามองทีเดียว! หลังจากเจอ “พิษ” เหตุการณ์ความวุ่นวายทางการเมืองเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา “ป่วน” ยอดขายเทเลมาร์เก็ตติ้งในช่วงครึ่งปีแรก “หลุดเป้า” มีอัตราขยายตัว 35% ขณะที่เป้าหมายตั้งไว้สูงถึง 50% โดย 5 เดือนแรกตัวเลขออกมาแล้วทำได้ 549 ล้านบาท

“ครึ่งปีแรกน่าจะโตได้มากกว่านี้ แต่เหตุการณ์เมื่อเดือนพฤษภาคมทำให้ไซต์งานเทเลมาร์เก็ตติ้งทำงานได้น้อยลงมากแค่ 12 ทำการเท่านั้น ส่งผลให้ยอดขายในเดือนพฤษภาคมซึ่งปกติเป็นช่วงพีคตกลงไปมากเหลือแค่ 78 ล้านบาทจากปกติมียอดขายเฉลี่ยเดือนละ 100 ล้านบาท อย่างเมษายนมียอดขายถึง 110 ล้านบาท แต่มิถุนายนก็รีบาวด์ขึ้นมาได้ ณ วันที่ 29 มิถุนายนขายได้ 107 ล้านบาท” ดร.อภิสิทธิ์ อนันตนาถรัตน ผู้อำนวยการธุรกิจลูกค้ารายย่อยกล่าว

ครึ่งหลังโหมเทเลฯ โตถึงเป้า 50% เพิ่มสินค้าใหม่ 3 ตัวดันยอด 1,450 ล.

ดร.อภิสิทธิ์กล่าวว่า ในปีนี้บริษัทตั้งเป้าหมายยอดขายผ่านเทเลมาร์เก็ตติ้งทั้งสิ้น 1,450 ล้านบาท เติบโตประมาณ 50% เทียบกับปีที่ผ่านมา แบ่งเป็นประกันภัยไม่ใช่รถยนต์ (นอน มอเตอร์) 60% อีก 40% เป็นประกันรถยนต์ ในยอดขายรวมประมาณ 55% มาจากประกันภัยอุบัติเหตุส่วนบุคคล (พีเอ) สิ้นปีนี้ตั้งเป้าหมายยอดขายพีเอประมาณ 700 ล้านบาทจากเดิม 510 ล้านบาท ซึ่งแผนกระตุ้นยอดขายเทเลมาร์เก็ตติ้งในช่วงครึ่งปีหลังให้เติบโตได้ตามเป้าหมาย 50% ทางบริษัทได้พัฒนาแบบประกันใหม่ๆ รวมถึงนำแบบประกันเดิมที่ผ่านช่องทางอื่นมาขายผ่านช่องทางนี้ด้วยรวมแล้วจะมีสินค้าใหม่เพิ่ม 3 ตัวจากปัจจุบันมีอยู่ 7 ตัว

กธ.ใหม่ “จ่ายค่ารักษาเท่าทุนชีวิต” รายแรกของไทยประเดิมปีนี้ 50 ล.

สินค้าใหม่ที่จะเป็น “ไฮไลต์” ในช่วงครึ่งปีหลังคือประกันค่ารักษาพยาบาลเนื่องจากอุบัติเหตุ ซึ่งจะมีจุดขายตรงที่จ่ายค่ารักษาพยาบาลสูงมากเท่ากับวงเงินคุ้มครองชีวิต (ทุนประกัน) สูงกว่าแบบประกันปกติในท้องตลาดที่ขายกันอยู่ขณะนี้จ่ายค่ารักษาพยาบาลให้แค่ 10-20 ของทุนประกันชีวิต นับเป็นรายแรกของวงการประกันภัยเมืองไทย โดยแบบประกันนี้กำลังดีไซน์อยู่กำหนดทุนประกันภัย 300,000 บาทราคาเดียว เบี้ยประกันประมาณ 6,000 บาท คุ้มครองค่ารักษาพยาบาลจากอุบัติเหตุ 300,000 บาท แต่ถ้าเป็นอุบัติเหตุจากรถจักรยานยนต์จ่ายให้แค่ 50%

“เบี้ยของแบบประกันตัวนี้แพงกว่าสินค้าที่ขายอยู่ทุนเท่ากันจ่ายเบี้ยแค่ประมาณ 1,400-1,500 บาทก็จริง แต่มีจุดขายตรงค่ารักษาพยาบาลสูงเท่ากับทุนประกันชีวิตยังไม่เคยมีใครทำมาก่อน ทำให้ลูกค้าตัดสินใจซื้อง่ายขึ้น เพราะถ้าขายทุนค่ารักษาถูกๆ เบี้ยถูกแบบที่ขายอยู่เจอค่ารักษาเข้าไปครั้งเดียว 10,000-20,000 บาทกินทุนไปหมดแล้ว การรักษา 300,000 บาทต้องเป็นอุบัติเหตุร้ายแรง เป็นการฉีกแนวตลาดและตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้มากขึ้น ทำให้เราได้เบี้ยมากขึ้น โอกาสทำกำไรสูงขึ้น ตั้งเป้ากำไรไม่ต่ำกว่า 5% เพราะการจ่ายให้เฉพาะการรักษาตัวในโรงพยาบาลเนื่องจากอุบัติเหตุเท่านั้นมีความเสี่ยงต่ำกว่ากรณีเจ็บป่วยซึ่งเราไม่ได้คุ้มครองสามารถคุมสินไหมได้ ตัวนี้คาดว่าอัตราสินไหมทดแทน (Loss Ratio) ไม่เกิน 50% เทียบกับพีเอบวกค่าชดเชยปกติอยู่ที่ 40%”

หอบกธ. “มนุษย์เงินเดือน-ทรัพย์สิน” พีเอบวกก่อการร้ายขายผ่าน TQM

ดร.อภิสิทธิ์กล่าวว่า คาดว่าแบบประกันนี้จะนำออกจำหน่ายได้เร็วๆ นี้ โดยจะขายผ่านบริษัท ทีคิวเอ็ม อินชัวรันส์ โบรคเกอร์ จำกัด ที่เป็นพันธมิตรหลักช่องทางเทเลมาร์เก็ตติ้งเพียงเจ้าเดียวเท่านั้น ให้ลูกค้าสามารถผ่อนชำระเบี้ยประกันได้ 3 เดือนผ่านบัตรเครดิต โดยลูกค้ากลุ่มเป้าหมายคือลูกค้าเดิมที่ทำประกันพีเออยู่แล้ว เป็นกลุ่มที่ค่อนข้างมีกำลังซื้อจะอัพเซลขึ้นมา ส่วนใหญ่เป็นลูกค้าต่างจังหวัดเนื่องจากเป็นฐานของทีคิวเอ็ม ตั้งเป้าหมายยอดขายสิ้นปีนี้ประมาณ 50 ล้านบาท

ตัวที่สองคือ แบบประกันภัยชุด “มนุษย์เงินเดือน” ซึ่งเป็นประกันพีเอบวกชดเชยรายได้บวกโรคมะเร็งจะขายควบคู่ไปกับช่องทางอื่นด้วย คาดว่าน่าจะเป็นประโยชน์และกระตุ้นยอดขายผ่านช่องทางนี้ได้ ถึงสิ้นปีนี้น่าจะมียอดขายเพิ่มถึง 10 ล้านบาทจาก 2-3 ล้านบาทในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา

ตัวที่สามคือ ประกันภัยที่อยู่อาศัยและทรัพย์สิน (All Risk) สำหรับบ้านอยู่อาศัย ซึ่งส่วนใหญ่ทำประกันอัคคีภัยทุนต่ำและไม่มีความคุ้มครองทรัพย์สินในบ้านสามารถเพิ่มทุนประกันตัวบ้านรวมถึงเพิ่มความคุ้มครองทรัพย์สินได้ มีความคุ้มครองกรณีค่าเช่าบ้านระหว่างซ่อมแซมบ้านหรือหาบ้านใหม่ จับตลาดลูกค้าต่างจังหวัดทั้งที่ขอสินเชื่อและไม่ได้ขอสินเชื่อแบงก์ ทุนประกันตั้งแต่ 300,000-3 ล้านบาท เบี้ย 1,000 กว่าบาท จะเริ่มขายภายในเดือนนี้คาดว่าสิ้นปีจะมียอดขายประมาณ 10 ล้านบาท

ยิ่งกว่านั้น ยังเพิ่มภัยก่อการร้ายเข้าไปในพีเอที่ขายอยู่ในปัจจุบันผ่านเทเลมาร์เก็ตติ้งด้วยคุ้มครองทั้งกรณีเสียชีวิต บาดเจ็บเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลมีค่าชดเชยให้เพื่อให้ลูกค้าได้รับความคุ้มครองครบถ้วนเพราะเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้ความเสี่ยงของภัยจากเหตุการณ์ไม่สงบทางการเมืองมีมากขึ้น เป็นจุดขายทำให้ลูกค้าตัดสินใจซื้อง่ายขึ้นแม้จะต้องจ่ายเบี้ยประกันภัยเพิ่มขึ้นแต่ไม่มากแค่หลัก 100 บาทเท่านั้น โดยบริษัทเริ่มขายประกันพีเอเพิ่มภัยก่อการร้ายตั้งแต่วันที่ 19 มิถุนายนที่ผ่านมา

“เทเลมาร์เก็ตติ้งในช่วงครึ่งปีหลังยังไปได้ดีอยู่ขึ้นอยู่กับว่ามีสินค้าที่สร้างจุดขายในตัวเองได้หรือไม่ เรากำลังทำดาต้า โมเดลลิ่ง เพื่อจัดเซ็กเมนต์กลุ่มลูกค้าแบ่งตามค่าใช้จ่าย อาชีพ เงินเดือน เพื่อวิเคราะห์ฐานข้อมูล นำเสนอแบบประกันได้ตรงตามความต้องการของลูกค้าได้แต่ละกลุ่มมากขึ้นทำให้อัตราการตอบรับสูงขึ้น อยู่ในช่วงทดสอบโมเดลคาดว่าอีกประมาณหนึ่งเดือนจะสามารถสร้างสินค้าได้ตรงกลุ่ม”

แบงก์แอสชัวรันส์อืดโตแค่ 20% สินค้ายังไม่โดนชูแบรนด์กระตุ้นยอด

ส่วนช่องทางขายผ่านธนาคารกรุงเทพ (แบงก์แอสชัวรันส์) ดร.อภิสิทธิ์กล่าวว่า ในช่วงครึ่งปีแรกเฉพาะยอดขายผ่านเคาน์เตอร์ หรือสาขาธนาคาร เติบโต 20% คิดเป็นยอดขาย 105 ล้านบาท โดยทั้งปีตั้งเป้าหมายยอดขาย 250 ล้านบาท แบบประกันที่ขายเป็นพีเอบวกโรคมะเร็ง โดยครึ่งปีหลังจะพยายามผลักดันประกันภัยพ.ร.บ.คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถขายผ่านแบงก์ให้ได้ แม้จะล่าช้าไปเพราะติดขัดในเรื่องการคีย์ข้อมูล รวมถึงแบบประกันประเภท 5 เฟิร์ต แคร์ แอนด์ เซฟ

“ภาพรวมแบงก์แอสชัวรันส์ครึ่งปีหลังทุกคนพยายามสร้างสินค้าให้มีความแตกต่าง ตอนนี้ทุกแบงก์ทำแบงก์แอสชัวรันส์หมด ลูกค้าไม่ได้จำกัดเป็นลูกค้าแค่แบงก์ใดแบงก์หนึ่ง เป็นลูกค้ามากกว่า 1 แบงก์ ประเด็นอยู่ที่ว่าแบงก์นั้นขายสินค้าอะไร อย่างของเรายังไม่สามารถสร้างสินค้าที่มีจุดแตกต่างได้จึงต้องตอกย้ำด้วยการเรียนรู้ในเชิงของแบรนด์ ถ้าลูกค้าเชื่อถือแบรนด์ทั้งตัวแบงก์และเราเขาก็เป็นลูกค้าเรา”

www.siamturakij.com
ที่มาของข่าว :: นสพ.สยามธุรกิจ ฉบับที่ 1115 ประจำวันที่ 10-13 กรกฎาคม พ.ศ. 2553
จำนวนครั้งที่เปิดอ่าน :: 93 ครั้ง
ส่ง Link ให้เพื่อน
E-mail ::   Send Mail
 
  HOME| ABOUT IPRB | INFORMATION SERVICES| NEWS | ARTICLES| IPRB PUBLICATIONS | ACTUARIES' CORNER | LINKS | CONTACT US
Copyright 2007 สำนักงานอัตราเบี้ยประกันวินาศภัย - The Insurance Premium Rating Bureau - All Rights Reserved