MEMBER LOGIN
User name ::
Password ::
SIGN IN
ฉบับที่ 20 กรกฎาคม 2553-กันยายน 2553
ภาวะโลกร้อน ประกันภัยช่วยอะไรได้บ้าง?
ซีดี-รอม ต้นทุนความเสียหายอ้างอิงการประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจ ปี 2553-2556
ต้นทุนความเสียหายอ้างอิงการประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจ ปี 2553-2556 ฉบับสมบูรณ์
ต้นทุนความเสียหายอ้างอิงการประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจ ปี 2553-2556 ฉบับเจ้าหน้าที่พิจารณารับประกันภัย
การคำนวณเงินสำรองค่าสินไหมทดแทน
ต้นทุนความเสียหายอ้างอิงของการประกันความเสี่ยงภัยทรัพย์สิน ปี 2551 (ฉบับ Underwriter)
ฉบับที่ 17 กรกฎาคม-กันยายน 2553
นวกิจปรับลุคใหม่รับโรดแมป 3-5 ปี
จากอนุรักษนิยมเป็น..บริษัทนวัตกรรมใหม่
ฉวยจังหวะปีที่ 77 ก้าวเข้าสู่ปีที่ 78 ของการดำเนินธุรกิจ บริษัท นวกิจประกันภัย จำกัด ชิงประกาศ “โรดแมป” แนวทางดำเนินธุรกิจในระยะ 3-5 ปีข้างหน้านี้ก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในกลุ่มผู้นำตลาดประกันภัย โดย “ปิติพงศ์ พิศาลบุตร กรรมการผู้อำนวยการ ตอกย้ำความหมายของผู้นำที่ว่าหมายถึงด้านสินค้าใหม่ บริการและความไว้วางใจจากลูกค้าเป็น 1 ในบริษัทประกันภัยชั้นนำที่อยู่ในดวงใจของลูกค้าโดยไม่จำเป็นต้องมีเบี้ยประกันภัยมากที่สุดติด 1 ใน 5 ของอุตสาหกรรม
ปรับลุค “บริษัทนวัตกรรมใหม่” สาด 12 ล้านโฆษณาแบรนด์
ภายใต้โรดแมปนี้ บริษัทจะมีการปรับเปลี่ยน “ภาพลักษณ์” องค์กรใหม่เปลี่ยนจาก “อนุรักษนิยม” (Conservative) ตลอด 77 ปีที่ผ่านมา เป็น “บริษัทนวัตกรรมใหม่” (Innovative) ทั้งระบบงานที่ทันสมัย อาทิ การจ่ายเบี้ยประกันภัยผ่านเว็บไซต์ที่อยู่ระหว่างการพัฒนาเพื่อให้ลูกค้าได้รับความสะดวก การจ่ายสินไหมที่รวดเร็ว ช่องทางขายใหม่ๆ อาทิ เว็บไซต์ ผ่านโทรศัพท์ (เทเลมาร์เก็ตติ้ง) ออกสินค้าใหม่ตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคบนฐานความมั่นคงทางการเงินที่ยังคงมุ่งเน้นต่อไป โดยลุคใหม่ไม่ได้หมายถึงรีแบรนด์ใหม่ เน้นเบี้ยเหมาะสมไม่ใช่ต้องมีเบี้ยมาก
ปูฟื้นพีอาร์คนรุ่นใหม่รู้จัก วางเป็นลูกค้าเป้าหมายอนาคต
นายปิติพงศ์กล่าวว่า ปีนี้บริษัทจะโฆษณาประชาสัมพันธ์แบรนด์มากขึ้น โดยเตรียมงบรองรับไว้ราว 12 ล้านบาทเทียบกับปีที่ผ่านมาที่ใช้งบโฆษณาแค่ล้านกว่าบาทเพื่อให้ลูกค้ารู้จัก “แบรนด์นวกิจ” มากขึ้น โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ซึ่งเป็นกลุ่มเป้าหมายในอนาคต เพราะจากผลวิจัยตลาดที่ทำในช่วงที่ผ่านมามาก ลูกค้าของบริษัทส่วนใหญ่มีอายุมาก 30 ปีขึ้นไป การเพิ่มโฆษณาแบรนด์ไม่ได้เน้นขาย แต่มุ่ง “ปูพื้น” ให้คนรุ่นใหม่รู้จักแบรนด์ก่อน เพราะแม้คนรุ่นใหม่จะไม่มีกำลังจ่ายเบี้ยมาก เบี้ยเฉลี่ยต่อหัวไม่สูงเท่าคนอายุมาก แต่คนกลุ่มนี้จะมีรายได้เพิ่มขึ้นในอนาคตทำให้เบี้ยต่อหัวสูงขึ้น
ยิ่งกว่านั้น ยังต้องการประชาสัมพันธ์ ให้ลูกค้ารู้ว่าบริษัทไม่ได้ขายแค่ประกันภัยรถยนต์ อัคคีภัย แต่ยังมีแบบประกันอื่นๆ ขายอยู่ด้วย
“ในอดีต เราไม่ได้โฆษณาเพราะช่องทางโฆษณามีน้อยไม่เหมือนตอนนี้ ราคาไม่แพงมาก อีกทั้งตอนนี้ตลาดบ้านเราใหญ่ขึ้นเพราะจำนวนประชากรมีมากขึ้น คนต่างจังหวัดมีรายได้เพิ่มขึ้น มีความรู้ เข้าใจประกันภัยมากขึ้นเริ่มหันมาสนใจประกันภัย อีกอย่างหากจะแข่งขันในตลาดที่ใหญ่ขึ้นจำเป็นต้องโฆษณาประชาสัมพันธ์ช่วง 3-5 ปีนี้เราจะโฆษณาประชาสัมพันธ์มากขึ้น กลางเดือนนี้จะโฆษณาบนรถไฟฟ้า BTS โดยจะมีการวัดผลการตอบรับทั้งจากลูกค้าของบริษัทและลูกค้าคู่แข่งด้วย”
ขึ้นเบี้ยเพิ่มกำไรรับประกัน โฟกัสรถยนต์โขกอีก 5-10%
ด้านการรับประกันภัย นายปิติพงศ์ กล่าวว่า บริษัทจะเพิ่มกำไรจากงานส่วนนี้ โดยอยู่ระหว่างปรับปรุงอัตราเบี้ยประกันภัยแบบประกันทุกประเภทใหม่ให้สอดคล้องกับต้นทุนที่แท้จริงรองรับการเปิดเสรีในอนาคตด้วย โดยเฉพาะรถยนต์ซึ่งมีสัดส่วนถึง 65-70% ของเบี้ยทั้งหมดปรับราคาขึ้นเฉลี่ย 5-10% ตามค่าแรง ค่าซ่อม บำรุง ค่าอะไหล่ที่ทำให้อัตราสินไหมทดแทน (Loss Ratio) เพิ่มขึ้น ปัจจุบันอยู่ที่ 60% กว่าอยากให้ลดลงเหลือประมาณ 50% กว่า โดยทยอยปรับตั้งแต่ปีที่ผ่านมา ราคาที่ปรับขึ้นอยู่กับประเภทรถ ประวัติลูกค้า ซึ่งรถที่ปรับเบี้ยขึ้นมากที่สุดคือรถขนาดเล็ก
“ปีที่ผ่านมาอัตรารายจ่ายรวม (Com bine Ratio) รถยนต์อยู่ที่ 100% ปีนี้จะลดให้เหลือ 99% เราปรับเบี้ยทุกตัว”
เพิ่มสินค้าใหม่เบี้ยถูก-ซื้อง่าย เล็งก่อการร้าย/สุขภาพ
ยิ่งกว่านั้น จะหาสินค้าใหม่มาเสริมรองรับความต้องการของคนรุ่นใหม่มากขึ้น โดยเฉพาะตลาดกลางและล่าง พยายามมองหาสินค้าใหม่เบี้ยไม่แพง เงื่อนไขเข้าใจง่ายอย่างประกันรากหญ้า (ไมโคร อินชัวรันส์) ที่กำลังจะออกมา อีกตัวที่เตรียมพัฒนาออกมาเป็นประกันภัยก่อการร้ายเพื่อรายย่อยอยู่ระหว่างปรับถ้อยคำ (Wording) เงื่อนไขในกรมธรรม์ใหม่ ให้มีความคุ้มครองคลุม ลดปัญหาการตีความคุ้มครองไม่คุ้มครอง รวมถึงหาบริษัทประกันภัยต่อ (รีอินชัวเรอส์) รองรับ โดยลูกค้าเป้าหมายเจ้าของธุรกิจมูลค่าทรัพย์สินไม่เกิน 20 ล้านบาท จะออกภายในปีนี้ โดยบริษัทมีลูกค้ารายย่อยเป็นพันราย
นอกจากนี้ ยังมีประกันสุขภาพ ซึ่งมีโอกาสเติบโตเนื่องจากค่ารักษาพยาบาลเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง อีกทั้งโรคใหม่ๆ เกิดขึ้นตลอด โดยจะปรับแพ็กเกจแผนประกันชดเชยรายได้ที่ทดลองขายผ่านเทเลมาร์เก็ตติ้งเมื่อปีที่ผ่านมาใหม่เนื่องจากไม่ค่อยประสบความสำเร็จ ยอดขายไม่ได้ตามเป้าหมาย อาจจะเป็นเพราะแบรนด์นวกิจไม่เป็นที่รู้จักมากนักด้านประกันสุขภาพ ประชาชนรู้จักแต่พีเอ สินค้ายังไม่ตรงผู้บริโภคเท่าไหร่และออกผิดเวลา โดยอาจจะปรับเบี้ยของเดิมเบี้ยเริ่มต้น 1,600 บาท จ่ายชดเชยรายวันพักรักษาตัวในโรงพยาบาลวันละ 500 บาท รวมถึงขยายช่องทางจำหน่ายและโฆษณามากขึ้น
นายปิติพงศ์ กล่าวว่า ปีนี้บริษัทตั้งเป้าหมายเติบโตเพิ่มขึ้น 6% คิดเป็นเบี้ยรับรวม 2,033 ล้านบาทจากปีที่ผ่านมามีเบี้ยรับ 1,918 ล้านบาท เป็นการตั้งแบบคอนเซอร์เวทีฟเพราะหลายปัจจัยยังไม่ดี การเมืองยังมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจสูง อีกทั้งประกันภัยหลายตัวเบี้ยลดลง อาทิ ประกันทรัพย์สินเนื่องจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจ (คปภ.) ปรับอัตราเบี้ยลงเมื่อต้นปี เบี้ยรถยนต์ โดยรายได้หลักยังคงมาจากการลงทุนที่มีมูลค่า 2,651 ล้านบาทโดยครึ่งปีแรกกำไรยังดีอยู่
www.siamturakij.com
ที่มาของข่าว ::
นสพ.สยามธุรกิจ ฉบับที่ 1113 ประจำวันที่ 3-6 กรกฎาคม พ.ศ. 2553
จำนวนครั้งที่เปิดอ่าน ::
63
ครั้ง
ส่ง Link ให้เพื่อน
E-mail ::
Send Mail
HOME
|
ABOUT IPRB
|
INFORMATION SERVICES
|
NEWS
|
ARTICLES
|
IPRB PUBLICATIONS
|
ACTUARIES' CORNER
|
LINKS
|
CONTACT US
Copyright 2007 สำนักงานอัตราเบี้ยประกันวินาศภัย - The Insurance Premium Rating Bureau - All Rights Reserved