top-head-banner

MEMBER LOGIN
User name ::

Password ::
SIGN IN
 

 
 
 
 
 
 
 
 

 
   
ฉบับที่ 20 กรกฎาคม 2553-กันยายน 2553
ภาวะโลกร้อน ประกันภัยช่วยอะไรได้บ้าง?

 
ซีดี-รอม ต้นทุนความเสียหายอ้างอิงการประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจ ปี 2553-2556
ต้นทุนความเสียหายอ้างอิงการประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจ ปี 2553-2556 ฉบับสมบูรณ์
ต้นทุนความเสียหายอ้างอิงการประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจ ปี 2553-2556 ฉบับเจ้าหน้าที่พิจารณารับประกันภัย
การคำนวณเงินสำรองค่าสินไหมทดแทน
ต้นทุนความเสียหายอ้างอิงของการประกันความเสี่ยงภัยทรัพย์สิน ปี 2551 (ฉบับ Underwriter)

 
HyperLink
ฉบับที่ 17 กรกฎาคม-กันยายน 2553

 
 
ขาใหญ่ประกันสุขภาพจ่อขึ้นเบี้ย

ไทยประกันชีวิต ส่งสัญญาณขึ้นเบี้ยรายใหม่ปีหน้า ลดขาดทุนในรอบ 10 ปี เหตุค่ารักษาพยาบาลพุ่ง 10% ต่อปีดันสินไหมทะลุ 85% แต่ยันลูกค้าเก่าไม่กระทบ เมืองไทยคาดค่ายเล็กที่ดัมพ์ราคาต่ำกว่าตลาด 20-30% จ่อขึ้นแน่ แต่ยันบริษัทยังไม่จำเป็นต้องขยับตาม ด้านเอเอซีพีปีนี้ขอเว้นวรรค รับไม่คุ้มต้นทุน

นายอภิรักษ์ ไทพัฒนกุล กรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยประกันชีวิต จำกัด (บจก.) เปิดเผยกับ "ฐานเศรษฐกิจ" ว่าปีหน้าบริษัทจะปรับขึ้นเบี้ยประกันสุขภาพสำหรับกรมธรรม์ใหม่ ให้มาใกล้เคียงกับบริษัทคู่แข่งรายใหญ่ในตลาดนี้ ส่วนสาเหตุการปรับเบี้ยเนื่องจากตลอดระยะเวลา 10 ปีที่ผ่านมาบริษัทยังไม่เคยปรับเบี้ยเหมือนบริษัทรายเล็กอื่น ไม่ว่ากรณีที่มีการเคลมในช่วงไข้หวัดใหญ่ 2009 รวมทั้งค่ารักษาพยาบาลที่ปรับเพิ่มขึ้น 10% ทุกปีตามภาวะเงินเฟ้อ

"แม้สิ้นปีนี้อัตราการเสียหายรับประกันสุขภาพโดยรวมของบริษัทยังมีกำไรบ้าง แต่เริ่มเห็นสัญญาณขาดทุน โดยการทำตลาดประกันสุขภาพเป็นเพียงเครื่องมือหนึ่งที่บริษัทหวังจะช่วยตัวแทนให้ขายประกันชีวิตหลักง่ายขึ้น เพราะกลุ่มคนอาชีพอิสระส่วนใหญ่ 80-90% จะซื้อกรมธรรม์ควบความคุ้มครองประกันสุขภาพพ่วงไปกับประกันชีวิตหลักอยู่แล้ว จึงไม่ได้หวังผลด้านกำไรนัก แต่จะให้แบกรับขาดทุนก็ไม่ได้

ทั้งนี้ แนวทางการบริหารต้นทุนประกันสุขภาพของบริษัทจะมีความแตกต่างจากคู่แข่ง หากอัตราความเสียหายรายเก่าเกิน 80-85% จะหยุดขายแบบประกันนั้น เพื่อเป็นการควบคุมต้นทุนและสามารถจ่ายเคลมสินไหมลูกค้าได้เต็มที่ รวมทั้งลูกค้ารายเก่ากรมธรรม์เดิมจะไม่ถูกปรับขึ้นเบี้ยในปีต่อไป ยกเว้นหากพบพฤติกรรมลูกค้าทุจริต บริษัทสามารถยกเลิกกรมธรรม์ได้ทันทีและคืนเบี้ยประกันให้ด้วย พร้อมพัฒนากรมธรรม์ใหม่ที่แตกต่างกระตุ้นตลาดในปีนั้น และเตรียมปรับขึ้นเบี้ยกรมธรรม์สุขภาพใหม่ในปีต่อไปสำหรับเฉพาะลูกค้ารายใหม่เท่านั้น
 
อย่างไรก็ตาม การพัฒนากรมธรรม์สุขภาพใหม่ที่จะถูกปรับขึ้นเบี้ยปีหน้า ลูกค้าจะไม่รู้สึกว่าจ่ายเบี้ยประกันเพิ่มขึ้น เพราะบริษัทได้มีการปรับเพิ่มสิทธิประโยชน์ความคุ้มครองบางประการที่ยังคงมีอัตราความเสียหายต่ำให้กับลูกค้าแทน พร้อมด้วยการบริการมาตรฐานและครอบคลุม

นายอภิรักษ์ กล่าวอีกว่าในไตรมาส 3 ปีนี้บริษัทจะออกกรมธรรม์สุขภาพใหม่ ที่มีความเสียหายส่วนแรกที่ผู้เอาประกันต้องจ่ายเอง โดยจะกำหนดเป็นวงเงินความเสียหายส่วนแรกเป็นหลายระดับ ซึ่งจะทยอยออกมาทำตลาด วงเงินความเสียหายส่วนแรกเริ่มต้นที่ 10,000 บาท และ 20,000 บาท ส่วนเบี้ยประกันสุขภาพนี้จะถูกกว่าปกติถึง 50% บริษัท ต้องการเข้ามาเพื่ออุดช่องว่างในตลาดประกันสุขภาพมากกว่าสร้างเบี้ยประกัน มุ่งเจาะกลุ่มตลาดข้าราชการ พนักงานบริษัทที่มีสวัสดิการที่ดีส่วนหนึ่ง และคนที่มีกำลังจ่ายรับความเสี่ยงส่วนแรกเอง ไม่ต้องการยุ่งยาก แต่ต้องการประหยัดการจ่ายเบี้ยประกันมากกว่า ซึ่งกลุ่มคนเหล่านี้มีประมาณ 1 ล้านคน โดยตั้งเป้าเป็นสัดส่วน 5% ปัจจุบันบริษัทมีเบี้ยรับประกันสุขภาพประมาณ 1,000 ล้านบาทอัพ อยู่ในกลุ่มผู้นำตลาดประกันสุขภาพรายใหญ่

"หากคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ) อนุมัติ บริษัทก็สามารถทำตลาดได้ทันทีควบคู่กับกรมธรรม์สุขภาพปกติ สำหรับคนทั่วไป และสุขภาพวีไอพี เหมาจ่ายความคุ้มครอง สำหรับคนที่ซื้อความคุ้มครองเริ่มต้นที่ 500,000 -1,000,000 บาท"

นายไพโรจน์ มุกนนท์ ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาผลิตภัณฑ์ บจก.เมืองไทยประกันชีวิต กล่าวว่า ปีหน้ามีความเป็นไปได้ที่บริษัทขนาดเล็กจะปรับขึ้นเบี้ยประกันสุขภาพ หากบริษัทใหญ่ที่เป็นผู้นำอย่างเอไอเอและไทยประกันชีวิตปรับนำร่อง เพราะตลาดปัจจุบันบางแห่งเสนอราคาเบี้ยต่ำกว่าตลาด 20-30% ปีหน้าราคาเบี้ยดังกล่าวอาจทำไม่ได้หรือต้องหยุดขยายตลาด "ราคาเบี้ยสุขภาพในตลาดปัจจุบันยังยันกันอยู่ แต่ต้นทุนค่าใช้จ่ายการรักษาพยาบาลสูงกว่าอัตราเงินเฟ้อ 3-4 % ประกอบกับมีโรคใหม่ๆ เกิดขึ้น อาทิ ไข้หวัดใหญ่ 2009 ทำให้มีต้นทุนค่าวัคซีนและอัตราสินไหมเพิ่มขึ้นได้ หากบริษัทนั้นไม่มีการบริหารต้นทุนที่เพียงพอก็ต้องจะชะลอหรือหยุดขายไปก่อน"

สำหรับในกรณีของบริษัทยังสามารถบริหารต้นทุนได้ดี โดยมีอัตราความเสียหายไม่เกิน 85% จากช่วง 7-8 ปีที่ผ่านมามีการปรับแนวทางใหม่ในการรับประกันสุขภาพ ทั้งเบี้ยประกันและผลประโยชน์ พร้อมทั้งการพิจารณารับประกันที่ดี เช่น ไม่ต่อสัญญาลูกค้าเก่าที่เคลมสูง หรือตัดโรงพยาบาลที่ปล่อยใบเคลมง่ายผิดปกติ
     
ดังนั้น ปีหน้าบริษัทยังไม่มีความจำเป็นต้องปรับขึ้นเบี้ย แต่จะมุ่งออกกรมธรรม์สุขภาพใหม่ที่ฉีกรูปแบบมีความง่ายขึ้นและยังสามารถตอบสนองการขายไปตามช่องทางจำหน่ายที่หลากหลาย (Multi Channels) เจาะตลาดเฉพาะกลุ่ม เช่น หากเสนอขายผ่านช่องทางเทเลมาร์เก็ตติ้งจะมีรูปแบบจุดเด่นที่แตกต่าง จูงใจกลุ่มลูกค้าที่กำลังขับรถหรือรับประกันอาหารตอบรับได้ทันที

นางสาวพัชรา ทวีชัยวัฒนะ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ฝ่ายบริหารการตลาดและสื่อสารองค์กร บริษัท อยุธยา อลิอันซ์ ซี.พี.ประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) กล่าวก่อนหน้าว่า ปีนี้บริษัทไม่มีแผนการตลาดขยายประกันสุขภาพ เนื่องจากไม่คุ้มต้นทุน แต่หันมาเน้นการออมเงินเพื่อการศึกษาของบุตรมากกว่าสุขภาพ

"บริษัทยังต้องรอดูสถานการณ์ในปีหน้า แต่ปัจจุบันอัตราการเคลมสินไหมสุขภาพ สัญญาเพิ่มเติมคุ้มครองโรคร้ายแรง 48 โรค ยังเป็นไปตามที่บริษัทคาดการณ์ เพราะที่ผ่านมาบริษัทมีอัตราการจ่ายสินไหมให้แก่ผู้ถือกรมธรรม์ประมาณ 50,000 รายต่อเดือน โดยผู้เอาประกันที่จะซื้อได้ต้องซื้อขณะที่ยังแข็งแรงเท่านั้น"

www.thanonline.com
ที่มาของข่าว :: นสพ.ฐานเศรษฐกิจ ฉบับที่ 2,545 วันที่ 4-7 กรกฎาคม พ.ศ. 2553
จำนวนครั้งที่เปิดอ่าน :: 83 ครั้ง
ส่ง Link ให้เพื่อน
E-mail ::   Send Mail
 
  HOME| ABOUT IPRB | INFORMATION SERVICES| NEWS | ARTICLES| IPRB PUBLICATIONS | ACTUARIES' CORNER | LINKS | CONTACT US
Copyright 2007 สำนักงานอัตราเบี้ยประกันวินาศภัย - The Insurance Premium Rating Bureau - All Rights Reserved