MEMBER LOGIN
User name ::
Password ::
SIGN IN
ฉบับที่ 20 กรกฎาคม 2553-กันยายน 2553
ภาวะโลกร้อน ประกันภัยช่วยอะไรได้บ้าง?
ซีดี-รอม ต้นทุนความเสียหายอ้างอิงการประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจ ปี 2553-2556
ต้นทุนความเสียหายอ้างอิงการประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจ ปี 2553-2556 ฉบับสมบูรณ์
ต้นทุนความเสียหายอ้างอิงการประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจ ปี 2553-2556 ฉบับเจ้าหน้าที่พิจารณารับประกันภัย
การคำนวณเงินสำรองค่าสินไหมทดแทน
ต้นทุนความเสียหายอ้างอิงของการประกันความเสี่ยงภัยทรัพย์สิน ปี 2551 (ฉบับ Underwriter)
ฉบับที่ 17 กรกฎาคม-กันยายน 2553
ปรับเบี้ยรถจัดหมู่ใหม่เพิ่ม 10 กลุ่ม
ตาม ‘ค่าซ่อม’ เบี้ยสะท้อนค่าเสียหายจริง
รถถูก ซ่อมแพง จ่ายหนัก
คืบหน้าเป็นลำดับ การปรับปรุงพิกัดอัตราเบี้ยประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจครั้งใหม่ที่เริ่มทำกันมาตั้งแต่ต้นปีจนถึงขณะนี้ผ่านมาครึ่งทาง โดยการทบทวนเบี้ยประกันกำหนดแล้วเสร็จในปีนี้เพื่อเริ่มใช้ในปีหน้าแทนพิกัดเดิมที่ใช้มา 3-4 ปีแล้ว
จัดหมู่ “เก๋ง” เพิ่มเป็น 10 กลุ่ม เบี้ยสะท้อนค่าเสียหายจริง
ล่าสุด ทางคณะทำงานปรับปรุงพิกัดอัตราเบี้ยประกันภัย ซึ่งเป็นคณะทำงานชุดเล็กของสมาคมประกันวินาศภัยได้แบ่งกลุ่มรถเก๋งเสร็จแล้ว โดยนายกฤษณ์ หิญชีระนันท์ ผู้ช่วยผู้จัดการฝ่ายการตลาด บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด หนึ่งในคณะทำงานชุดที่ว่า กล่าวกับ “สยามธุรกิจ” ว่า เป็นการศึกษาเบื้องต้นโดยใช้ปัจจัยในเรื่องของค่าความเสียหายหรือค่าซ่อม ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญอย่างหนึ่งในการกำหนดเบี้ยมาเป็นตัวแปรจัดหมวดหมู่ใหม่ ดูสถิติย้อนหลังไป โดยเอารถเก๋งแต่ละรุ่นแต่ละยี่ห้อมานั่งดูค่าความเสียหาย หากรถรุ่นไหนค่าซ่อมใกล้กันจะรวมอยู่ในกลุ่มเดียวกัน
ผลสรุปสามารถแบ่งกลุ่มรถเก๋งออกได้เป็น 8-10 ประเภทจากของเดิมมีแค่ 5 กลุ่ม ยังแบ่งเป็นยี่ห้อ รุ่นอยู่เหมือนเดิมเพียงแต่การแบ่งกลุ่มใหม่จะชัดเจนและละเอียดมากขึ้น ทำให้เบี้ยประกันภัยสะท้อนความเสียหาย ความเสี่ยงภัยแท้จริงมากขึ้น โดยแยกย่อยออกเป็นกลุ่มรถสปอร์ต รถหรู รถบ้าน รถเล็ก รถอเนกประสงค์ (SUV) เป็นต้น ขณะที่ของเดิมไม่ได้แยกเป็นเซ็กเมนต์ละเอียดมากเท่านี้ ส่วนหนึ่งเพราะแต่ก่อนประเภทรถไม่ได้หลากหลายเหมือนปัจจุบันที่มีรถใหม่ๆ ออกมาตลอด
ไม่ต้องแบกความเสี่ยงรถอื่น อีก 2 ด.เสร็จรุ่นไหนถูกลงแพงขึ้น
“การจัดกลุ่มใหม่ต่างจากเดิมอย่างไรยังบอกไม่ได้เพราะแค่เบื้องต้นเท่านั้น บอกได้เพียงการจัดกลุ่มใหม่ใช้วิธีใหม่หมด ไม่ได้อ้างอิงกลุ่มเดิมเลย ถ้าเทียบของใหม่กับของเดิมยกตัวอย่างกลุ่ม 3 เดิมราคาเบี้ยถูกสุดและแพงสุดของรถกลุ่มนี้ค่าซ่อมจะต่างกันเยอะมาก 20-30% แต่กลุ่มใหม่ต่างกันไม่เกิน 15-20% การบีบกลุ่มให้แคบลงทำให้เบี้ยประกันสะท้อนความเสี่ยงภัยแท้จริงต่อการรับประกันภัยรถนั้นๆ มากขึ้น ขณะที่การคิดเบี้ยตรงกับความเสี่ยงมากขึ้นไม่ต้องมารับภาระจ่ายเบี้ยแพงจากความเสี่ยงที่ไม่ไช่ความเสี่ยงของรถรุ่นนั้นๆ นี่เป็นผลสรุปเบื้องต้นยังไม่รู้ทางคณะทำงานชุดใหญ่จะเปลี่ยนแปลงอะไรหรือไม่”
แง่ของเบี้ยประกันภัยจะแพงหรือถูกกว่าของเดิม นายกฤษณ์ ยอมรับว่า เป็นไปได้ทั้ง 2 อย่าง แต่ยังบอกไม่ได้ถูกหรือแพงมากน้อยแค่ไหนเพราะเพิ่งจัดกลุ่มเสร็จ ยังไม่ได้นำปัจจัยต่างๆ ที่จะใช้เป็นตัวคูณกำหนดอัตราเบี้ยประกันภัย อาทิ ประเภท รถ ลักษณะการใช้งาน พฤติกรรมผู้ขับขี่ โดยตัวคูณต่างๆ ยังคงเหมือนเดิม โดยของใหม่อัตราเบี้ยรถแต่ละกลุ่มแต่ละรุ่นเปลี่ยนแปลงแน่นอนแต่ไม่รู้เปลี่ยนมากเปลี่ยนน้อย คนอาจจะคาดหวังรถเล็กเบี้ยถูกเพราะราคารถถูก แต่รถเล็กอัตราความเสี่ยงภัยสูงต้องมาดูกัน
ส่วนรถประหยัดพลังงาน (อีโคคาร์) ไม่ได้แยกกลุ่มออกมา สามารถใช้อัตราของกลุ่มรถที่ใกล้เคียงกันได้ซึ่งอาจจะเป็นรถกลุ่มซิตี้ คาร์ ซึ่งเมื่อทำรถเก๋งเสร็จแล้วจะเริ่มแบ่งกลุ่มรถกระบะใช้หลักเดียวกันคาดว่าประมาณเดือนตุลาคมพิกัดอัตราเบี้ยทั้งหมดน่าจะแล้วเสร็จ จะเห็นภาพถูกลงหรือแพงขึ้นจากเดิม หลังจากนั้นจะเป็นช่วงของการทบทวนและสรุปใช้เวลาประมาณ 2 เดือนเพื่อให้ทันประกาศใช้ต้นปีหน้า โดยพิกัดใหม่สามารถรองรับรถใหม่ๆ ที่จะออกมาในอนาคตเพราะทำเบี้ยเผื่อไว้ แล้วอ้างอิงค่าเสียหายจากรถรุ่นที่ใกล้เคียงกันไปก่อน พออีก 2-3 ปีข้างหน้ามีตัวเลขค่าเสียหายออกมาจะพิจารณาจัดกลุ่มอีกที
รถถูกซ่อมแพงอยู่กลุ่มเบี้ยสูง รถอะไหล่แพงหั่นราคาดึงคนซื้อ
นายนพดล สันติภากรณ์ กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท ไอโออิ กรุงเทพประกันภัย จำกัด ประธานคณะกรรมการประกันภัยยานยนต์ สมาคมประกันภัยวินาศภัย กล่าวกับ “สยามธุรกิจ” ว่า การปรับปรุงเบี้ยประกันภัยยังคงอยู่ในขั้นศึกษา ดูสถิติ 3-4 ปีย้อนหลังแปรเป็นตัวเลข ตัวแปรต่างๆ ใช้ร่วมกันหมดไม่ว่าจะเป็นตัวรถ คนขับ อาชีพ ทุนประกัน ประเภทประกันภัย ขนาดของรถ ถ้าตัวแปรตัวใดตัวหนึ่งแปลี่ยนอาจจะดึงตัวอื่นเปลี่ยนไปด้วย
“อัตราเบี้ยคงไม่เปลี่ยนมากแต่สะท้อนความเสี่ยงภัยแท้จริงและสภาพปัจจุบันมากขึ้น กลุ่มที่เบี้ยแพงอาจจะลดลงบ้าง กลุ่มที่ถูกอยู่แล้วคงปรับขึ้นลำบาก ยังบอกไม่ได้กลุ่มไหนถูกแพง คงไม่ต่างจากเดิมมาก ของเดิมมีขั้นต่ำสุด-สูงสุดอยู่ โดยกลุ่มใหม่ที่เขาแบ่งกันอยู่จากเดิมมี 5 กลุ่มเพิ่มเป็น 10 กลุ่มเป็นการกระจายกลุ่มรถให้มากขึ้นโดยจัดตามค่าซ่อมกลุ่มไหนซ่อมแพงจะถูกจัดไปอยู่ในกลุ่มเบี้ยที่สูงขึ้น รถราคาถูกๆ แต่ซ่อมแพงจะเห็นภาพชัดขึ้น ส่วนคนที่ขับดีมีส่วนลดเบี้ยให้เหมือนเดิม”
ข้อดีของการกระจายกลุ่มรถมากขึ้น ทำให้การจำแนกเบี้ยประกันภัยสอดคล้องกับความเสี่ยงของต้นทุนและค่าเสียหายของรถสอดคล้องกับความเสี่ยงแท้จริงมากขึ้น ข้อเสียอาจจะทำให้ผู้บริโภคบางคนที่เคยถูกจัดอยู่ในกลุ่มรถเบี้ยต่ำ พอจัดกลุ่มใหม่อาจจะมาอยู่ในกลุ่มเบี้ยแพงขึ้น แต่การจัดกลุ่มใหม่แบบนี้จะเป็นประโยชน์อย่างมากในการเลือกซื้อ เช่น รถที่เคยตั้งราคาอะไหล่แพง เวลาซ่อมคิดแพงมาก จะทำให้รถกลุ่มนี้ถูกจัดไปอยู่ในกลุ่มเบี้ยแพง ผู้บริโภคอาจจะไม่ตัดสินใจซื้อทำให้ผู้ผลิตรถต้องปรับต้นทุนอะไหล่ให้ถูกลงเพื่อผลทางการขาย
ส่วนการที่คปภ.มีแนวคิดพิจารณาความคุ้มครองภัยก่อการร้ายและจลาจลแถมฟรีหรือกำหนดอัตราเบี้ยประเภทนี้ไว้ในพิกัดใหม่หรือไม่ นายนพดล กล่าวว่า ต้องคำนึงถึงภาพรวม อะไรที่เป็นการประกันภัยความเสี่ยงขายได้หมด แต่ความเสี่ยงบางอย่างการคุ้มครองต้องดูหลักสากลด้วย แม้รถยนต์ทุนประกันไม่สูง บริษัทประกันภัยสามารถเก็บไว้เองได้ แต่ตามหลักอะไรที่เป็นภัยสะสมมากๆ ก็ต้องประกันภัยต่อออกไปเพื่อลดความเสี่ยง อย่างการเผาเซ็นทรัลเวิลด์ โชคดีที่รถออกมาหมด แล้วถ้ามีรถติดอยู่เป็นพันคันและเสียหายจะทำอย่างไร ภัยแบบนี้มีโอกาสเกิดขึ้นได้
www.siamturakij.com
ที่มาของข่าว ::
นสพ.สยามธุรกิจ ฉบับที่ 1112 ประจำวันที่ 30 มิถุนายน - 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2553
จำนวนครั้งที่เปิดอ่าน ::
109
ครั้ง
ส่ง Link ให้เพื่อน
E-mail ::
Send Mail
HOME
|
ABOUT IPRB
|
INFORMATION SERVICES
|
NEWS
|
ARTICLES
|
IPRB PUBLICATIONS
|
ACTUARIES' CORNER
|
LINKS
|
CONTACT US
Copyright 2007 สำนักงานอัตราเบี้ยประกันวินาศภัย - The Insurance Premium Rating Bureau - All Rights Reserved