top-head-banner

MEMBER LOGIN
User name ::

Password ::
SIGN IN
 

 
 
 
 
 
 
 
 

 
   
ฉบับที่ 20 กรกฎาคม 2553-กันยายน 2553
ภาวะโลกร้อน ประกันภัยช่วยอะไรได้บ้าง?

 
ซีดี-รอม ต้นทุนความเสียหายอ้างอิงการประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจ ปี 2553-2556
ต้นทุนความเสียหายอ้างอิงการประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจ ปี 2553-2556 ฉบับสมบูรณ์
ต้นทุนความเสียหายอ้างอิงการประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจ ปี 2553-2556 ฉบับเจ้าหน้าที่พิจารณารับประกันภัย
การคำนวณเงินสำรองค่าสินไหมทดแทน
ต้นทุนความเสียหายอ้างอิงของการประกันความเสี่ยงภัยทรัพย์สิน ปี 2551 (ฉบับ Underwriter)

 
HyperLink
ฉบับที่ 17 กรกฎาคม-กันยายน 2553

 
 
ประกันเล็งเคาะพีเอ 'ต่างด้าว'

ประกันแรงงานต่างด้าวล้านรายคืบหลังเจ้ากท.แรงงานคนใหม่เสนอเบี้ยไม่เกิน 400 บาทต่อปี 3 วงเงินคุ้มครอง 30,000, 40,000, 50,000 บาท ด้าน 2 สมาคม "ประชีวิต-วินาศภัย" เร่งศึกษากำหนดรูปแบบความคุ้มครองตามความเสี่ยงจากอาชีพ เผยประมง-ก่อสร้างจ่ายเบี้ยแพง พร้อมต้องบังคับให้นายจ้างอุ้มจ่ายเบี้ยครึ่งหนึ่ง และอย่างน้อย 2 ปี ก่อนลูกจ้างต่างด้าวที่ขึ้นทะเบียนจะได้สัญชาติเดินเข้าระบบประกันสังคมเต็มตัว

นายถนัด จีรชัยไพศาล ประธานคณะกรรมการประกันภัยเบ็ดเตล็ด อุบัติเหตุและสุขภาพ สมาคมประกันวินาศภัย เปิดเผยกับ "ฐานเศรษฐกิจ"  ถึงความคืบหน้าประกันพีเอแรงงานต่างด้าว ทางกระทรวงแรงงาน ภายใต้การทำงานของรัฐมนตรีคนใหม่ ได้เสนอเบี้ยประกันไม่เกิน 400 บาทต่อปี แบ่งวงเงินความคุ้มครองต่อรายเป็น 3 ระดับที่ 30,000 บาท, 40,000 บาท และ 50,000 บาท จะได้รับความคุ้มครองชดเชยกรณีเกิดอุบัติเหตุได้รับบาดเจ็บ เสียชีวิต ระหว่างการทำงานพร้อมกับมีค่าชดเชยปลงศพ

ล่าสุด ขณะนี้ทางสมาคมประกันชีวิตไทยและสมาคมประกันวินาศภัยกำลังเร่งดำเนินการหารือใหม่อีกครั้งว่า ในหลักการจะสามารถใช้อัตราเบี้ยประกันและความคุ้มครองตามข้อเสนอของกระทรวงแรงงานได้หรือไม่ และประสานงานกลับไปอีกครั้งหนึ่ง โดยในหลักการคิดเบี้ยประกันภัยนั้นคงใช้หลักเดิมเหมือนคนทั่วไป แต่อัตราเบี้ยต่อหัวจะแตกต่างตามช่วงความเสี่ยงภายใต้ความเสี่ยงจากการทำงานหรืออาชีพของลูกจ้าง เช่น อาชีพก่อสร้างและประมง เป็นกลุ่มแรงงานต่างด้าวที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุสูง ค่าเบี้ยต่อหัวจะสูงแน่นอน เพราะปัจจุบันอาชีพแรงงานต่างด้าวจัดอยู่ในกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูงอยู่แล้ว แม้ว่าปัจจุบันจะมีแรงงานต่างด้าวที่ขึ้นทำเบียนสูงถึง 1 ล้านคน และคาดว่าจะใช้เวลาภายใน 2 ปี รอพิสูจน์สัญญาชาติ ก่อนจะได้รับสวัสดิการประกันสังคมเช่นคนไทย ทำให้ธุรกิจประกันยังมองอีกว่า ในแง่การของรูปแบบประกันจะเป็นภาคบังคับให้ผู้นายจ้างต้องซื้อความคุ้มครองให้ลูกจ้างแรงงานต่างด้าวในตอนที่พาลูกจ้างมาขึ้นทะเบียน ต้องช่วยเหลือจ่ายเบี้ยประกันให้กับลูกจ้างอย่างน้อยครึ่งหนึ่ง และในแง่ของการรับประกันเพื่อบริหารความเสี่ยงนั้น ทั้งบริษัทประกันชีวิตและบริษัทประกันวินาศภัยจะร่วมกันรับประกัน และแต่งตั้งบริษัทกลางคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถเป็นผู้บริหารพูลดังกล่าว ซึ่งไม่ต่างกับการประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคลวินมอเตอร์ไซค์ในโครงการมอเตอร์ไซค์ยิ้มของกทม.

นอกจากนี้ ตามหลักการจะให้นายจ้างที่ขึ้นทะเบียนลูกจ้างแรงงานต่างด้าวอย่างถูกกฎหมาย ทำการซื้อประกันภัยให้กับลูกจ้างและผู้ที่รับผลประโยชน์ในสิทธิกรมธรรม์คือ นายจ้าง ซึ่งทางประกันภัยไม่เห็นด้วยที่จะให้นายจ้างเป็นผู้รับผลประโยชน์เพราะผิดเงื่อนไขสัญญาประกันภัยที่ระบุว่าผู้ที่จะรับผลประโยชน์จะต้องเป็นทายาทเท่านั้น

"หากมีการทำประกันกลุ่มให้กับแรงงานต่างด้าวจริง จะต้องมอบผลประโยชน์จากการเสียชีวิตให้กับทายาทตามสัญญาประกันภัย เพราะหากมอบผลประโยชน์ให้นายจ้าง อาจจะเป็นเหตุจูงใจให้นายจ้างฆ่าลูกจ้างได้ ซึ่งที่ผ่านมามีข่าวให้เห็นอย่างต่อเนื่อง จึงควรจะให้ทายาทเป็นผู้รับผลประโยชน์"

www.thanonline.com
ที่มาของข่าว :: นสพ.ฐานเศรษฐกิจ ฉบับที่ 2,552 วันที่ 29-31 กรกฎาคม พ.ศ. 2553
จำนวนครั้งที่เปิดอ่าน :: 99 ครั้ง
ส่ง Link ให้เพื่อน
E-mail ::   Send Mail
 
  HOME| ABOUT IPRB | INFORMATION SERVICES| NEWS | ARTICLES| IPRB PUBLICATIONS | ACTUARIES' CORNER | LINKS | CONTACT US
Copyright 2007 สำนักงานอัตราเบี้ยประกันวินาศภัย - The Insurance Premium Rating Bureau - All Rights Reserved