top-head-banner

MEMBER LOGIN
User name ::

Password ::
SIGN IN
 

 
 
 
 
 
 
 
 

 
   
ฉบับที่ 20 กรกฎาคม 2553-กันยายน 2553
ภาวะโลกร้อน ประกันภัยช่วยอะไรได้บ้าง?

 
ซีดี-รอม ต้นทุนความเสียหายอ้างอิงการประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจ ปี 2553-2556
ต้นทุนความเสียหายอ้างอิงการประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจ ปี 2553-2556 ฉบับสมบูรณ์
ต้นทุนความเสียหายอ้างอิงการประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจ ปี 2553-2556 ฉบับเจ้าหน้าที่พิจารณารับประกันภัย
การคำนวณเงินสำรองค่าสินไหมทดแทน
ต้นทุนความเสียหายอ้างอิงของการประกันความเสี่ยงภัยทรัพย์สิน ปี 2551 (ฉบับ Underwriter)

 
HyperLink
ฉบับที่ 17 กรกฎาคม-กันยายน 2553

 
กรุงเทพฯจมน้ำ

กลายเป็นทอล์กออฟเดอะทาวน์ สำหรับกระแสพิบัติภัยทางธรรมชาติ และผลกระทบทางด้านสิ่งแวดล้อมที่เกี่ยวข้องกับระดับความสูงของน้ำทะเล ของบรรดานักวิชาการที่ออกมาเปิดสร้างความฮือฮาครั้งแล้วครั้งเล่า และเรื่องราวครั้งล่าสุดกับกระแส “น้ำท่วมกรุงเทพฯ” ที่แม้จะเป็นเพียงการคาดการณ์จากสถิติและความน่าจะเป็น แต่คงปฏิเสธความตื่นตระหนกที่เกิดขึ้นได้ยาก

ผลการวิจัยล่าสุดที่ออกมาเผยแพร่ผ่านสื่อฯ จากโครงการวิจัยร่วมไทยยุโรป ซึ่งเปิดเผยเกี่ยวกับสถานการณ์ และสภาพโดยทั่วๆ ไปเรื่องการเคลื่อนตัวของแผ่นดินและระดับน้ำทะเลที่เสี่ยงต่อการเกิดน้ำท่วม โดยเฉพาะการระบุถึงสภาพของแผ่นดินในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล ที่ทรุดตัวเฉลี่ย ปีละ 3 เซนติเมตร ส่งผลให้ปัจจุบันหลายพื้นที่ในกรุงเทพฯและปริมณฑล สูงกว่าระดับน้ำทะเลเพียง 1 เมตรโดยเฉลี่ย กับปรากฏการณ์สูงขึ้นของระดับน้ำทะเลเฉลี่ยในอ่าวไทยสูงกว่าค่าเฉลี่ยของโลกประมาณ 2 เท่า ส่งผลต่อระดับน้ำทะเลในอ่าวไทย ในแถบที่ใกล้กับกรุงเทพฯ และปริมณฑลสูงขึ้นเฉลี่ย 3-4 มิลลิเมตร/ปี

รายงานจากโครงการวิจัยดังกล่าว ยังระบุถึงคาดการณ์สถานการณ์ในช่วง 30 ปีข้างหน้า ที่กรุงเทพฯ เมืองหลวงของประเทศไทย และพื้นที่ปริมณฑล จะต้องเผชิญหน้ากับสถานการณ์น้ำท่วมที่จะรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ และกลายเป็นกระแส “น้ำท่วมกรุงเทพฯ และปริมณฑล” ที่หลายฝ่ายกำลังให้ความสนใจอยู่ในขณะนี้

หากย้อนหลังกลับไปในอดีตที่ผ่านมา การออกมาพยากรณ์หรือคาดคะเนเกี่ยวกับสถานการณ์ “น้ำท่วมกรุงเทพฯ และภาคกลางของประเทศ รวมถึงหลายพื้นที่ทุกภาคทั่วประเทศ” เคยได้รับการเปิดเผยมาแล้วหลายครั้งโดยนักวิชาการชื่อดัง อาทิเช่น ดร.อาจอง ชุมสาย ณ อยุธยา นักวิทยาศาสตร์ชื่อดัง นายสมิธ ธรรมสโรช อดีตประธานกรรมการอำนวยการเตือนภัยพิบัติแห่งชาติ หรือแม้แต่รายงานที่อ้างอิงจากต่างประเทศ ซึ่งจัดทำโดยองค์การสหประชาชาติ ระบุถึงสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ต่างๆ ของประเทศไทย และกลายเป็นกระแสฮือฮาในช่วงที่ผ่านมา

ก่อนจะมาถึงทอล์กออฟเดอะทาวน์ล่าสุดที่เกิดจากโครงการวิจัยดังกล่าว ที่เรื่องของ “น้ำท่วมกรุงเทพฯ” กลับมาเป็นกระแสตื่นตัวอีกครั้งหนึ่ง โดยเฉพาะการตั้งข้อสังเกตถึงเหตุผลและผลการวิจัย รวมถึงการคาดการณ์ที่ผ่านๆ มาของนักวิชาการที่ว่า “เรื่องนี้จะมีความเป็นไปได้มากน้อยเพียงใด”

“สยามธุรกิจ” ได้รับข้อมูลและข้อสังเกตสำคัญ รวมถึงสถิติอ้างอิงเกี่ยวกับ “กระแสน้ำท่วมกรุงเทพฯ” ซึ่งเกิดขึ้นนอกเหนือจากคำถามที่ว่า “เรื่องดังกล่าวมีความเป็นได้มากน้อยเพียงใด” นั่นคือ

กระแสทางธุรกิจที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะกระแสในภาคธุรกิจอสังหาฯ พร้อมๆ กับการลงพื้นที่สำรวจ เพื่อหาคำตอบเกี่ยวกับ “กระแสน้ำท่วมกรุงเทพฯ” ในวันนี้และในอนาคต

จากการสำรวจในพื้นที่ที่สูงที่สุดแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ ที่สนามบินดอนเมือง พบว่า ในปัจจุบันสนามบินดอนเมืองมีความสูงจากระดับน้ำทะเลเพียง 1.45 เมตร ซึ่งหากวัดความสูงบนพื้นดินปกติของสนามบินดอนเมือง เปรียบเทียบกับระดับน้ำทะเลในหลายๆ พื้นที่ของกรุงเทพมหานครที่อยู่ใกล้เคียงหรือต่ำกว่าระดับน้ำทะเล โดยเฉพาะแอ่งกระทะใหญ่ในแถบพื้นที่หัวหมาก เขตบางกะปิ รวมถึงแถบพื้นที่ที่เกิดการทรุดตัวของแผ่นดินมากที่สุดทั้งที่ บึงกุ่ม และในแถบพระโขนง ซึ่งเมื่อพบหาค่าเฉลี่ยแล้วระดับพื้นที่ในกรุงเทพฯ จะมีค่าเฉลี่ยสูงกว่าระดับน้ำทะเลปานกลางอยู่เพียง 40 ซม. (ข้อมูลจาก ศูนย์ป้องกันภัยพิบัติแห่งเอเชีย (Asian Disaster Preparedness Centeradpc ในปี 2552)

นอกจากนี้ ข้อมูลจากรายงานกว่า 50,000 ชิ้นที่เกิดขึ้นก็อาจจะถูกนำมาตอกย้ำความเชื่อเกี่ยวกับน้ำท่วมกรุงเทพฯ ได้เป็นอย่างดี แต่แม้จะพบข้อมูลความใกล้เคียงกันของพื้นที่ในกรุงเทพฯ ที่เมื่อเปรียบเทียบแล้วใกล้เคียงกับระดับน้ำทะเลปานกลาง รวมถึงข้อมูลจากรายงานต่างๆ มากมายที่เกิดขึ้น แต่คำตอบของสถานการณ์น้ำท่วมกรุงเทพฯ ก็ยังไม่ได้หมายความว่าจะเป็นไปได้จริงทั้งหมดตามการคาดคะเนที่เกิดขึ้น และตามกระแสทอล์กออฟเดอะทาวน์

โดยเฉพาะในแนวคิดของนักวิชาการอิสระหลายคนที่อธิบายถึงปรากฏการณ์การละลายของน้ำแข็งและปฏิเสธทฤษฎีนี้ รวมถึงการยอมรับในทฤษฎีน้ำท่วมกรุงเทพฯ แต่ไม่ยอมรับในเงื่อนของเวลา

นอกจากเรื่องราวถกเถียงโต้แย้งในทางวิชาการแล้ว เรื่องราวของการ “สร้างกระแสเชิงธุรกิจ” ก็เป็นอีกหนึ่งในข้อสังเกตที่น่าสนใจสำหรับทอล์กออฟเดอะทาวน์ น้ำท่วมกรุงเทพฯ ที่เกิดขึ้น

จากการสำรวจของ “สยามธุรกิจ” พบข้อสังเกตสำคัญคือการเติบโตของอสังหาริมทรัพย์ในพื้นที่สูง ไม่ว่าจะเป็นภาคเหนือ หรือแนวเทือกเขาเพชรบูรณ์ในภาคกลางและภาคอีสาน ที่บูมรับกับกระแส “น้ำท่วม” อย่างต่อเนื่อง และแทบทุกครั้งที่มีการพูดกันถึงเรื่องของน้ำท่วมภาคกลาง กระแสตอบรับที่ดินในแถบที่กล่าวมาก็จะขยับรับกับกระแสน้ำท่วมโลกหรือน้ำท่วมภาคกลางทันที!!

“อัครนันท์ อริยศรีพงษ์ รองเลขาธิการ สมาคมบริหารทรัพย์สินแห่งประเทศไทย เปิดเผยผ่าน “สยามธุรกิจ” ว่า “จริงๆ ส่วนตัวก็เชื่อในเรื่องของน้ำท่วมอยู่ แต่ไม่เชื่อในเรื่องของเงื่อนไขเวลา ซึ่งเป็นเพียงการคาดคะเน และไม่ได้หมายความว่าจะต้องเป็นไปตามนั้น แต่ข้อสังเกตในเรื่องของธุรกิจอสังหาฯ แน่นอน เมื่อเกิดกระแสเช่นนี้ก็จะมีผลบวกและลบต่อธุรกิจอสังหาฯ ซึ่งมีรูปแบบต่างกัน จึงไม่อยากให้เกิดการตื่นตระหนกมากนัก เพราะเรื่องของกระแสน้ำท่วมก็ไม่ใช่เรื่องใหม่ที่เพิ่งจะเกิดที่ผ่านมา ธุรกิจอสังหาฯ ประสบกับปัจจัยลบหลากหลายด้านโดยเฉพาะเรื่องของกำลังซื้อชะลอตัวรวมถึงเรื่องของสินเชื่อ กระแสที่เกิดขึ้นเรื่องของน้ำท่วมพูดกันไปได้ แต่ไม่อยากให้ถึงกับตื่นตระหนก หรือกลัวจนเกินเหตุ

ทอล์กออฟเดอะทาวน์ “น้ำท่วมกรุงเทพฯ” กับหลากหลายมุมมองทรรศนะข้อสังเกตที่เกิดขึ้น อาจจะเป็นเรื่องที่ต่างมุมมองต่างแนวคิดออกไป แต่สิ่งที่เป็นข้อคิดสำคัญต่อเรื่องราวกระแสข่าวน้ำท่วมในกรุงเทพฯ ที่เกิดขึ้นนี้ คงจะต้องยึดหลักเหตุและผลมาใช้ เพื่อไม่ให้เกิดความตื่นตระหนกตกใจ ในขณะเดียวกับเรื่องของความพร้อมที่จะตั้งอยู่ในความไม่ประมาท และเตรียมการณ์ป้องกัน หรือน้อยที่สุดก็คือถึงเวลาแล้วที่ทุกฝ่ายต้องหันมาร่วมกันดูแลธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมให้มากกว่าที่เป็นอยู่

www.siamturakij.com
ที่มาของบทความ :: นสพ.สยามธุรกิจ ฉบับที่ 1118 ประจำวันที่ 21-23 กรกฎาคม พ.ศ. 2553
จำนวนครั้งที่เปิดอ่าน :: 143 ครั้ง
E-mail ::   Send Mail
 
  HOME| ABOUT IPRB | INFORMATION SERVICES| NEWS | ARTICLES| IPRB PUBLICATIONS | ACTUARIES' CORNER | LINKS | CONTACT US
Copyright 2007 สำนักงานอัตราเบี้ยประกันวินาศภัย - The Insurance Premium Rating Bureau - All Rights Reserved