MEMBER LOGIN
User name ::
Password ::
SIGN IN
ฉบับที่ 20 กรกฎาคม 2553-กันยายน 2553
ภาวะโลกร้อน ประกันภัยช่วยอะไรได้บ้าง?
ซีดี-รอม ต้นทุนความเสียหายอ้างอิงการประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจ ปี 2553-2556
ต้นทุนความเสียหายอ้างอิงการประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจ ปี 2553-2556 ฉบับสมบูรณ์
ต้นทุนความเสียหายอ้างอิงการประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจ ปี 2553-2556 ฉบับเจ้าหน้าที่พิจารณารับประกันภัย
การคำนวณเงินสำรองค่าสินไหมทดแทน
ต้นทุนความเสียหายอ้างอิงของการประกันความเสี่ยงภัยทรัพย์สิน ปี 2551 (ฉบับ Underwriter)
ฉบับที่ 17 กรกฎาคม-กันยายน 2553
สำนักแผ่นดินไหว...พร้อม!!
โดย วีระพันธ์ โตมีบุญ
เตือนฉับไวใน 10 นาที
แผ่นดินไหวขนาดใหญ่ รุนแรงถึง 8.0 ริคเตอร์ บริเวณเกาะสุมาตรา เมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2547 เวลา 07.58 น. (หรือเวลาสากล 00:58:50 ยูทีซี) ทำให้เกิดคลื่นยักษ์สึนามิซัดถล่มชายฝั่งหลายประเทศ รวมถึง 6 จังหวัดริมฝั่งทะเลอันดามันของไทย ทำให้เกิดการตื่นตัวกับการระวัง รับมือเพื่อลดความสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สินลงให้ได้
ปัญหาสำคัญก็คือ ไม่มีเทคโนโลยี หรือวิธีการใดทางวิทยาศาสตร์จะคำนวณคาดการณ์ล่วงหน้าได้ว่าจะเกิดที่ไหน เมื่อไรจึงต้องทุ่มเทลงทุนจัดหาระบบเพื่อรับทราบและแจ้งข้อมูลเตือนภัยให้เร็วที่สุดเท่าที่ทำได้
ความสูญเสียที่หนักหน่วงเมื่อห้าปีก่อนนั้น ส่วนหนึ่งโทษกันว่าเพราะประชาชนไม่รู้ข้อมูลเหตุร้ายทันท่วงที จึงมิได้หลบหาที่ปลอดภัย ซึ่งก็เป็นเพราะระบบการตรวจจับแผ่นดินไหวขาดความทันสมัย
แต่วันนี้ มีสำนักเฝ้าระวังแผ่นดินไหวจัดตั้งขึ้นอย่างเป็นทางการ ในรั้วเดียวกับกรมอุตุนิยมวิทยา บางนา มีห้องศูนย์ปฏิบัติการแผ่นดินไหว ที่เต็มไปด้วยเครื่องคอมพิวเตอร์รับข้อมูลจากสถานีตรวจแผ่นดินไหวอัตโนมัติ สถานีวัดระดับน้ำทะเล เพียบ
มีเจ้าหน้าที่ส่วนเฝ้าระวังและติดตามแผ่นดินไหวและสึนามิ 13 คน ส่วนประมูลผลข้อมูลและสถิติแผ่นดินไหว 4 คน ส่วนวิจัยและพัฒนาแผ่นดินไหวและสึนามิ อีก 5 คน
สุมาลี ประจวบ ผอ.สำนักเฝ้าระวังแผ่นดินไหว และ บุรินทร์ เวชบันเทิง ผอ.ส่วนเฝ้าระวังและติดตามแผ่นดินไหวและสึนามิ หัวหน้าทีมแรกที่ต้องรับข้อมูลและกระจายข่าวแผ่นดินไหว เปิดห้องปฏิบัติการเล่าภารกิจให้ฟัง ในจังหวะที่กระแสข่าวปล่อยแผ่นดินไหว คลื่นยักษ์ถล่มเพราะอิทธิพลดาวเคราะห์เรียงตัวกำลังกระพือว่า หน่วยงานนี้จัดตั้งอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 14 พ.ค. 52
ผอ.สุมาลีบอกว่า งบประมาณสำหรับหน่วยงานและระบบเฝ้าระวัง 500 ล้านบาท และค่าใช้จ่ายบำรุงรักษาตกปีละ 10% ส่วนใหญ่ เป็นค่าเครื่องมือสำคัญ ประกอบด้วย สถานีตรวจแผ่นดินไหว ระบบ I 15 แห่ง, สถานีตรวจแผ่นดินไหว ระบบ II 25 แห่ง, สถานีวัดอัตราเร่งของพื้นดิน 21 แห่ง, สถานีวัดระดับน้ำทะเล 9 แห่ง, สถานีวัดการเคลื่อนตัวของแผ่นเปลือกโลก 5 แห่ง ซึ่งบอกตำแหน่งด้วยจีพีเอสมีความละเอียด หน่วยวัดเป็นเซนติเมตร
การทำงานเครื่องมือเหล่านี้ บุรินทร์ แม่ทัพของส่วนเฝ้าระวังและติดตามแผ่นดินไหวและสึนามิ บอกว่า ทันทีที่สถานีตรวจวัดแผ่นดินไหวรับแรงสั่นสะเทือนจากพื้นโลกก็จะส่งข้อมูลโดยอัตโนมัติเข้ามายังห้องปฏิบัติการ แจ้งเตือนทั้งภาพบนจอคอมพิวเตอร์และส่งเสียงจากลำโพงดังลั่นกระตุ้นเจ้าหน้าที่ ซึ่งง่วนกับภารกิจอื่นให้รีบมาดูว่าในนาทีนั้นเกิดแผ่นดินไหวระดับความแรงต่ำกว่าหรือสูงกว่า 5 ริคเตอร์
หัวหน้าทีมที่คอยเฝ้าดูการเคลื่อนไหวที่อาจเป็นอันตรายของเปลือก ซึ่งไม่รู้จะเกิดเมื่อไหร่ พาเราเดินดูการทำงาน พร้อมกับอธิบายว่า ระบบจะตรวจสอบรายละเอียดหากไหวเกิน 5.0 ริคเตอร์ นอกจากเผยแพร่บนเว็บก็จะกระจายข้อมูลไปยังองค์กรต่างๆ และผู้เกี่ยวข้อง เช่น สำนักพระราชวัง ศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ และสื่อมวลชน ราว 100 ราย ทางโทรสาร และส่งข้อความสั้นหรือ เอสเอ็มเอสถึงบุคคลและสื่อมวลชนอีก 300 ราย ภายใน 10 นาทีแรก เพื่อให้ผู้รับนำไปกระจายต่อทั้งทางวิทยุ โทรทัศน์ หากเป็นแผ่นดินไหวขนาดใหญ่ ความรุนแรง 7 ริคเตอร์ขึ้นไป ก็จะรายงานถึงอธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา เพื่อรายงานถึงรัฐมนตรีทันที พร้อมกับออกคำเตือนภัย
ข้อมูลนี้จะส่งต่อให้ศูนย์เตือนภัยพิบัติไปแจ้งถึงชาวบ้านในพื้นที่โดยไม่ชักช้า
ระบบการสื่อสารที่ว่าเป็นการแจ้งแบบถึงตัวผู้เกี่ยวข้องโดยตรง และเผยแพร่ในวงกว้างทางอินเทอร์เน็ต โดยออกพร้อมกันอัตโนมัติ ทั้งเฟซบุ๊กที่
www.facebook.com/earthquake.report
หรือทวิตเตอร์ ให้ติดตามกันที่
http://twitter.com/seismo_twitt
และหากเว็บไซต์ใดต้องการเอาเชื่อมโยงเว็บกับสำนักงานให้ได้หน้าจอเหมือนกัน ก็ก๊อบปี้โค้ดไปแปะไว้ หรือจะดึงข้อมูลอัตโนมัติแบบอาร์เอสเอสให้ข่าวหรือข้อมูลใหม่ๆ ส่งเข้าเครื่องตลอดเวลาที่อัปเดต ไม่ต้องเสียเวลาเปิดเว็บเข้ามาค้นหา
เครื่องมือมีความพร้อมขนาดนี้ แล้วคนล่ะ... ผอ.สุมาลี บอกว่า ข้าราชการของสำนักฯมีบ้านพักในกรมฯ ส่วนเฝ้าระวังจะจัดเจ้าหน้าที่อยู่เวรวันละ 3 ผลัด ผลัดละ 2 คน รวม 4 ชุด และทันทีที่มีเหตุฉุกเฉิน คนที่ไม่ได้อยู่เวรก็จะวิ่งจากบ้านพักมาประจำที่ห้องปฏิบัติการทันที ช่วยกันคนละไม้ละมือ โดยเฉพาะรับโทรศัพท์ที่ชาวบ้านจะสอบถามเข้ามานับสิบนับร้อยสาย ซึ่งต้องตอบอย่างสุภาพด้วยข้อมูลทางวิทยาศาสตร์
ช่วงไหนมีการอ้างปรากฏการณ์พิลึกๆ และลงท้ายทำนายว่าจะเกิดแผ่นดินไหวก็รับสายกันมือเป็นระวิง
“ตอนนี้เครื่องมือและคนพร้อม ไม่ต้องถอดรูต กางวงเวียน คำนวณเองแล้ว” บุรินทร์ ผู้เคยทำหน้าที่แปลข้อมูลก่อนออกประกาศบอกกับเรา
บุรินทร์บอกว่า ได้วางแผนป้องกันระบบมีปัญหาไว้หลายประการ เช่น เพิ่มแบนด์วิธ หรือช่องทางสื่อสารข้อมูล มีระบบสำรองของเอกชน โดยใช้ของทีโอทีเป็นระบบหลัก ถ้าไฟดับก็มีทั้งเครื่องสำรองไฟ และระบบปั่นไฟ
ถามว่า ระบบเราพร้อมและตอบได้ขนาดนี้ จะทำอย่างไรชาวบ้านจึงจะเลิกหวั่นไหว ไม่เผ่นหนีตามกระแสข่าวลือ คำตอบของเจ้าหน้าที่ก็คือ ความเชื่อและการหลบภัยแบบนี้จะมีต่อไป ไม่มีใครห้ามได้ จนกว่าจะถึงวันที่ตระหนักว่า คำทำนาย หรือเสียงลือเล่าอ้างนั้นไม่น่าเชื่อถือ หรือไม่น่าสนใจ
ในขณะที่สำนักฯ แผ่นดินไหวเชื่อได้มากกว่า
แต่ต้องเกิดจริงจึงจะบอก
www.dailynews.co.th
ที่มาของบทความ ::
เว็บไซต์ เดลินิวส์ออนไลน์ วันที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2553
จำนวนครั้งที่เปิดอ่าน ::
115
ครั้ง
E-mail ::
Send Mail
HOME
|
ABOUT IPRB
|
INFORMATION SERVICES
|
NEWS
|
ARTICLES
|
IPRB PUBLICATIONS
|
ACTUARIES' CORNER
|
LINKS
|
CONTACT US
Copyright 2007 สำนักงานอัตราเบี้ยประกันวินาศภัย - The Insurance Premium Rating Bureau - All Rights Reserved