ลีกวนยูโมเดล-แนวพัฒนา ‘จับเสือมือเปล่า’


เป็นคำถามที่หลายคนเคยหาคำตอบว่า เหตุใดสิงคโปร์ ซึ่งเป็นเกาะเล็กๆ ไม่มีทรัพยากรอะไร ประชากรเพียง 4 ล้านคน จึงสามารถผลักดันตัวเองขึ้นไปสู่การเป็น  1. เจ้าของทุน ที่เข้าไปตักตวงเอาทรัพยากรในประเทศต่างๆ ทั่วโลกไว้ในกำมือจำนวนมหาศาล  2. ศูนย์กลาง (ฮับ) ในหลายด้าน ทั้งการขนส่ง ที่วันนี้สนามบินนานาชาติชางฮี ติดอันดับ 1 ใน 3 ของสนามบินที่ดีที่สุดในโลก ศูนย์กลางการศึกษา ศูนย์กลางการเงิน ศูนย์กลางการค้าน้ำมันที่สำคัญ และอีกหลายอย่าง

นั่นคือ ศักยภาพของเกาะเล็กๆ แต่มีผู้ก่อตั้งประเทศอย่าง นายลีกวนยู ที่เปรียบเสมือนบิดาของชาวสิงคโปร์ ได้สร้างความเจริญจากจุดเริ่มต้นจนถึงวันนี้ นายจักรภพ เพ็ญแข รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ซึ่งถือว่าเป็นผู้หนึ่งที่มีความเชี่ยวชาญด้านเศรษฐกิจ สถานการณ์การเมืองในต่างประเทศเป็นอย่างดี ได้เล่าแนวคิดการพัฒนาประเทศของสิงคโปร์กับ “บิสิเนสไทย” ไว้อย่างน่าสนใจ!!!

“สิงคโปร์เป็นประเทศที่ประหลาดกว่าประเทศทั้งหลาย มีขนาดเล็ก ประชากรน้อย ทรัพยากรเกือบจะไม่มี เป็นประเทศที่มีแต่เมือง ไม่มีชนบท ดังนั้น คำว่า สิงคโปร์ซิตี้ ก็คือ ประเทศสิงคโปร์ นั่นเอง”

จากข้อจำกัดตรงนี้ ทำให้ผู้นำสิงคโปร์ไม่มีทางเลือกมากนัก แนวทางหนึ่งคือ การวางรากฐานเป็น สิงคโปร์อิงค์ “Singapore Inc” หรือ บรรษัทสิงคโปร์

แนวคิดที่เริ่มในสมัย นายลีกวนยู นายกรัฐมนตรีคนแรกเป็นผู้วางรากฐาน ประกาศเป็นรูปธรรมในสมัยนายกรัฐมนตรีคนที่ 2 คือ นายโก๊ะจกตง และถูกสานต่อโดยนายกรัฐมนตรีคนที่ 3 ได้แก่ นายลีเซียนลุง  แนวคิดของ สิงคโปร์ อิงค์ เริ่มต้นจากว่า สิงคโปร์ไม่อาจจะพึ่งพาตนเองได้ในทุกเรื่อง จึงใช้วิธีการค้าระหว่างประเทศเป็นส่วนหนึ่งของความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ในการหาสินค้าและบริการมาสู่ประเทศตนเอง ในการเติมเต็มความต้องการของคนในประเทศ ไม่ว่าจะซื้อหรือแลกมาก็ตาม

โมเดล สิงคโปร์ อิงค์ เกิดขึ้นมาเพื่อสร้างระบบจัดหาทรัพยากร ตอบสนองความต้องการของชาวสิงคโปร์ที่มีทั้งชาวจีน มลายู และอินเดีย สิ่งสำคัญของ สิงคโปร์ อิงค์ จึงประกอบด้วย 3 ส่วน คือ

1. แนวความคิดเชิงธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นภาครัฐบาล เอกชน จะมีแนวคิดเชิงธุรกิจ คือ การทำกำไร ตัดระเบียบขั้นตอนที่สั้นที่สุด มุ่งเพิ่มขีดความสามารถแข่งขัน เรียกว่า Business Approach

2. ทำให้ทรัพยากรมนุษย์เป็นการพัฒนาที่สำคัญที่สุด เพราะทรัพยากรอย่างอื่นไม่มี ไม่ว่าจะเป็นแร่ธาตุ อัญมณี น้ำมัน จึงกำหนดมนุษย์เป็นเป้าหมายในการพัฒนาที่สำคัญ ทำให้คนมีความรู้ความสามารถทุกด้าน ถ้าจะส่งเสริมให้เรียนวิทยาศาสตร์ก็ต้องให้สามารถคิดค้นนวัตกรรมได้ ถ้าเป็นนักบริหารก็ต้องสามารถเพิ่มกำไรให้กิจการได้ดี ถ้าเป็นสื่อมวลชนก็ต้องสามารถให้ทำงานระหว่างประเทศได้ ถ้าเป็นมหาวิทยาลัยอย่าง เนชั่นยูนิเวอร์ซิตี้ ออฟ สิงคโปร์ ก็ต้องเป็นมหาวิทยาลัยระดับภูมิภาคและระดับโลก มีอาจารย์ ผู้เชี่ยวชาญแต่ละด้านมาอยู่ที่นี่หมด เป็นต้น

3.ให้มองตัวเองว่าไม่ต้องแข่งขันกับใคร นอกจากตนเอง สิงคโปร์แข่งกับตัวเอง เขาไม่วัดอัตราการเติบโตเป็นเลขหลักเดียว หรือสองหลักเหมือนประเทศอื่นที่ชอบทำ  แต่เขาจะวัดคนมีดัชนีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นไหม มีบริการและสินค้าให้เลือกที่หลากหลายขึ้นไหม ขณะเดียวกันก็สร้างระบบให้การเป็นอยู่ดีขึ้น

นายลีกวนยู ถือว่าเป็นคนวางรากฐาน ส่วนนายโก๊ะจกตง เป็นคนประกาศอย่างเป็นทางการ นายลีเซียงลุง เป็นคนสานต่อ ลักษณะทั้งสามคนเป็นทีมเดียวกันหมด ไม่ใช่ประเภทคนหนึ่งประกาศ อีกคนหนึ่งล้มล้าง เป็นการวางทายาทอย่างเป็นระบบ นายลีกวนยู เลือก นายโก๊ะ และเมื่อ นายลีเซียนลุง โต ซึ่งเปรียบเหมือนลูกชายเถ้าแก่บริษัท นายโก๊ะ ก็ก้าวลงจากตำแหน่งให้ลูกชายเจ้าของขึ้นแทน จึงเป็นจุดเด่นที่ไม่มีเรื่องแย่งอำนาจทางการเมือง ทำให้ประเทศเดินไปได้อย่างรวดเร็วผิดกับหลายประเทศรวมทั้งไทย ที่มีความหลากหลายทางสังคม ความหลากหลายจะเรียกว่าเป็นจุดด้อยก็ไม่ใช่!!

นายจักรภพ ย้ำว่า ครั้งแรกสิงคโปร์เริ่มต้นจากความยากจน เพราะนายลีกวนยู เปรียบเสมือนนายกเทศมนตรีสิงคโปร์ ไม่ต้องการเอกราชแยกมาจากมาเลเซีย ทว่านายกรัฐมนตรีคนแรกมาเลเซียไม่ต้องการสิงคโปร์เป็นส่วนหนึ่งของประเทศ เพราะส่วนใหญ่เป็นคนจีนขณะที่มาเลเซียเป็นชาวมาเลย์

นายลีกวนยู เล่าเรื่องนี้เอาไว้อย่างละเอียดในหนังสือ “สิงคโปร์ สตอรี่” ที่เริ่มต้นการพัฒนาแบบยากจนเพราะเขาไม่มีทรัพยากรธรรมชาติ แต่วันนี้กลายเป็นประเทศที่ร่ำรวยด้วยทุน!!!

http://www.businessthai.co.th

ที่มาของข่าว :: เว็บไซต์ นสพ.บิสิเนสไทย 2 ก.พ. 2549
จำนวนครั้งที่เปิดอ่าน :: 476 ครั้ง
ส่ง Link ให้เพื่อน
E-mail ::   Send Mail